ระบบ Affiliate คือการจ่ายค่าตอบแทนให้คนช่วยขายเมื่อเกิดยอดขายจริง ฟังดูเสี่ยงน้อย แต่หลายแบรนด์ตั้งคอมมิชชันตามคู่แข่งโดยไม่คำนวณต้นทุนของตัวเอง ผลคือยอดขายโตแต่กำไรหาย บทความนี้จะพาคำนวณตัวเลขที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

เริ่มจาก “เงินที่เหลือต่อออเดอร์”
ก่อนตั้งคอมมิชชัน ให้หาว่าขายได้ 1 ออเดอร์ เหลือเงินเท่าไหร่หลังหักต้นทุนทั้งหมด ตัวอย่าง สินค้าราคา 1,000 บาท ต้นทุนสินค้า 400 บาท ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าส่งรวม 150 บาท จะเหลือ 450 บาท ถ้าอยากเก็บกำไรไว้อย่างน้อย 250 บาท คอมมิชชันที่จ่ายได้คือไม่เกิน 200 บาท หรือ 20% ของราคาขาย
สูตรคำนวณแบบง่าย
- 1เงินที่เหลือต่อออเดอร์ = ราคาขาย − ต้นทุนสินค้า − ค่าธรรมเนียมและค่าส่ง
- 2คอมมิชชันสูงสุด = เงินที่เหลือต่อออเดอร์ − กำไรขั้นต่ำที่ต้องการ
- 3เทียบกับต้นทุนหาลูกค้าจากโฆษณา (CPA) ถ้าคอมมิชชันต่ำกว่า แปลว่า Affiliate คุ้มกว่าการยิงแอด
ใช้คอมมิชชันแบบขั้นบันได
แทนที่จะให้ทุกคนเท่ากัน ลองให้เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นตามยอดขาย วิธีนี้ทำให้คนที่ขายเก่งมีแรงจูงใจทำต่อ โดยแบรนด์ไม่ต้องจ่ายเรตสูงให้คนที่ยังไม่มียอด
1–20 ออเดอร์/เดือน
21–50 ออเดอร์/เดือน
51 ออเดอร์ขึ้นไป
กติกาที่ต้องเขียนให้ชัดตั้งแต่แรก
กำหนดให้ชัดว่าออเดอร์ที่ถูกยกเลิกหรือคืนสินค้าจะไม่ได้คอมมิชชัน นับยอดหลังคลิกลิงก์กี่วัน จ่ายเงินรอบไหน และห้ามทำอะไรบ้าง เช่น ห้ามยิงโฆษณาด้วยชื่อแบรนด์ หรือห้ามใช้โค้ดส่วนลดที่ไม่ได้รับอนุญาต กติกาที่ชัดช่วยลดปัญหา และกันไม่ให้ Affiliate มาแย่งยอดจากช่องทางที่แบรนด์ทำเองอยู่แล้ว
สรุป
คอมมิชชันที่ดีไม่ใช่ตัวเลขที่สูงที่สุด แต่เป็นตัวเลขที่คนช่วยขายอยากขาย และแบรนด์ยังมีกำไรทุกออเดอร์ คำนวณจากต้นทุนจริง เริ่มจากตัวเลขที่ปลอดภัย แล้วใช้ระบบขั้นบันไดดันคนที่ทำผลงานได้ดี