LTV:CAC Ratio คืออะไร สูตรคำนวณงบโฆษณาที่ยั่งยืน | Markettung Digital Agency
กลับไปหน้า Blog
กลยุทธ์การเติบโต

LTV:CAC Ratio คืออะไร สูตรคำนวณงบโฆษณาที่ยั่งยืนสำหรับการ Scale ธุรกิจ

ธุรกิจที่ Scale เร็วเกินไปโดยไม่ดูอัตราส่วนนี้ มักเจอปัญหาขาดสภาพคล่องภายในไม่กี่เดือน

18 พฤษภาคม 2569 อ่าน 9 นาที

หลายธุรกิจโฟกัสแค่ต้นทุนต่อลูกค้าใหม่ (CAC) ต่ำแค่ไหน แต่ลืมมองว่าลูกค้าคนนั้นจะสร้างรายได้ให้ธุรกิจตลอดความสัมพันธ์เท่าไหร่ (LTV) การเข้าใจอัตราส่วน LTV:CAC คือกุญแจสำคัญที่บอกว่าธุรกิจกำลังเติบโตอย่างยั่งยืน หรือกำลังเผาเงินไปกับการหาลูกค้าที่ไม่คุ้มทุน

Customer Lifetime Value (LTV) คำนวณอย่างไร

สูตรพื้นฐานของ LTV คือ มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อครั้ง คูณด้วยความถี่ในการซื้อต่อปี คูณด้วยจำนวนปีที่ลูกค้าคาดว่าจะซื้อซ้ำ (Customer Lifespan) เช่น ลูกค้าซื้อเฉลี่ย 500 บาทต่อครั้ง ซื้อ 4 ครั้งต่อปี และเป็นลูกค้าต่อเนื่อง 3 ปี LTV ของลูกค้าคนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท ไม่ใช่แค่ 500 บาทจากการซื้อครั้งแรก

Customer Acquisition Cost (CAC) คำนวณอย่างไร

CAC คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการหาลูกค้าใหม่หนึ่งราย คำนวณจากงบโฆษณาทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง หารด้วยจำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ควรรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่แค่งบโฆษณา แต่รวมถึงค่าคอมมิชชั่นทีมขาย ค่าเครื่องมือ Marketing และต้นทุนแรงงานที่เกี่ยวข้องด้วย

LTV CAC Ratio Growth Chart

อัตราส่วน LTV:CAC เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี

มาตรฐานที่นักการตลาดทั่วโลกยึดถือคืออัตราส่วน 3:1 หมายความว่าลูกค้าหนึ่งคนควรสร้างรายได้อย่างน้อย 3 เท่าของต้นทุนที่ใช้หาลูกค้าคนนั้นมา หากอัตราส่วนต่ำกว่า 1:1 ธุรกิจกำลังขาดทุนจากทุกลูกค้าใหม่ที่ได้มา ในทางกลับกันหากอัตราส่วนสูงเกิน 5:1 อาจหมายความว่าธุรกิจใช้งบโฆษณาน้อยเกินไปและกำลังพลาดโอกาสเติบโตที่เร็วกว่านี้

ใช้ LTV:CAC วางแผนงบโฆษณาสำหรับการ Scale

เมื่อรู้อัตราส่วนนี้แล้ว ธุรกิจสามารถคำนวณย้อนกลับได้ว่าควรยอมจ่าย CAC สูงสุดเท่าไหร่ในการหาลูกค้าใหม่ โดยยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร ทำให้การตัดสินใจเพิ่มงบโฆษณาไม่ใช่การเดา แต่มีตัวเลขรองรับ นอกจากนี้ยังช่วยตัดสินใจได้ว่าควรลงทุนเพิ่มใน Retention เพื่อเพิ่ม LTV แทนการหาลูกค้าใหม่อย่างเดียวหรือไม่

  • คำนวณ LTV และ CAC แยกตามกลุ่มลูกค้า (Segment) ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรวมทั้งหมด เพราะแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมต่างกัน
  • อัตราส่วน 3:1 คือมาตรฐานทั่วไป แต่ควรปรับตามอุตสาหกรรมและ Margin ของสินค้า
  • ระยะเวลาคืนทุน (CAC Payback Period) ก็สำคัญไม่แพ้อัตราส่วน ยิ่งคืนทุนเร็วยิ่งมีสภาพคล่องดี
  • การลงทุนใน Retention เช่น ระบบสมาชิกหรือ Re-engagement อาจให้ผลตอบแทนดีกว่าการหาลูกค้าใหม่ในบางกรณี

สรุป

การ Scale ธุรกิจที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่การเพิ่มงบโฆษณาให้เยอะที่สุด แต่คือการเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละคนคุ้มค่ากับต้นทุนที่จ่ายไปหรือไม่ ทีม Markettung ช่วยวิเคราะห์ LTV:CAC ของธุรกิจลูกค้า เพื่อวางแผนงบโฆษณาที่เติบโตได้จริงโดยไม่เสี่ยงขาดสภาพคล่อง

อยากเริ่มยิงแอดแบบไม่ต้องเสี่ยงเอง?

แพ็กเกจ Starter เริ่มต้นเพียง 6,900 4,900 บาท/เดือน ให้ทีมมืออาชีพช่วยวางแผนงบให้

ดูแพ็กเกจ