ตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 OpenAI เปิดให้ธุรกิจในไทยลงโฆษณาบน ChatGPT ได้แล้ว พร้อมกับอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือช่องทางใหม่ที่โฆษณาจะปรากฏตอนที่คนกำลังถามหาคำตอบหรือเปรียบเทียบสินค้า ไม่ใช่ตอนไถฟีดเล่น บทความนี้สรุปว่าโฆษณาแสดงผลอย่างไร คิดเงินแบบไหน และธุรกิจแบบไหนควรลองก่อน

โฆษณาแสดงตรงไหน และใครจะเห็น
โฆษณาจะแสดงเป็นการ์ดแยกอยู่ใต้คำตอบของ ChatGPT และมีป้ายบอกชัดว่าเป็นโฆษณา ภายในการ์ดมีชื่อและโลโก้แบรนด์ หัวข้อ คำอธิบายสั้น รูปภาพ และปุ่มลิงก์ไปยังเว็บไซต์ OpenAI ระบุว่าโฆษณาไม่มีผลต่อเนื้อหาคำตอบ และจะแสดงเฉพาะผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปในแผน Free และ Go เท่านั้น ผู้ใช้แผน Plus, Pro และ Business จะไม่เห็นโฆษณา
เลือกกลุ่มเป้าหมายด้วย “บริบท” ไม่ใช่คีย์เวิร์ด
ChatGPT Ads ไม่ได้ให้ซื้อคีย์เวิร์ดแบบ Google Ads แต่ให้แบรนด์เขียน Context Hints คือคำอธิบายว่าบทสนทนาแบบไหนเกี่ยวข้องกับสินค้า เช่น ร้านเฟอร์นิเจอร์อาจเขียนว่า “โต๊ะทำงานสำหรับคอนโดพื้นที่จำกัด คนทำงานที่บ้าน” จากนั้นระบบจะดูบริบทของบทสนทนาเพื่อเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้องที่สุด ทั้งนี้ Context Hints ไม่ได้รับประกันว่าโฆษณาจะแสดงทุกครั้ง และ OpenAI ยืนยันว่าจะไม่ส่งเนื้อหาแชตของผู้ใช้ให้ผู้ลงโฆษณา
คิดเงินแบบไหน
- 1CPM จ่ายต่อ 1,000 การแสดงผล เหมาะกับการสร้างการรับรู้แบรนด์
- 2CPC จ่ายต่อคลิก เหมาะกับการพาคนเข้าเว็บไซต์
- 3oCPC ระบบช่วยปรับราคาเสนอเพื่อให้ได้ Conversion ต้องติดตั้งการวัดผลให้พร้อมก่อน
ระบบใช้การประมูลที่ดูทั้งราคาเสนอและความเกี่ยวข้องของโฆษณา โฆษณาที่ตรงกับคำถามมากกว่าจึงมีโอกาสชนะได้ แม้ไม่ได้เสนอราคาสูงที่สุด
ธุรกิจแบบไหนควรเริ่มก่อน
ช่วงแรกเหมาะกับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้ามักหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนซื้อ เช่น ที่พัก ทัวร์ คอร์สเรียน ซอฟต์แวร์ เฟอร์นิเจอร์ และบริการเฉพาะทาง ส่วนสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน การเมือง และสินค้าลอกเลียนแบบลงโฆษณาไม่ได้ ขณะที่ธุรกิจการเงิน สุขภาพ และกฎหมายจะถูกตรวจสอบเข้มงวดกว่าปกติ
สรุป
ChatGPT Ads คือโอกาสให้แบรนด์ไปอยู่ตรงหน้าลูกค้าในจังหวะที่กำลังตัดสินใจ ช่วงแรกคู่แข่งยังน้อย แต่ระบบก็ยังใหม่ ควรเริ่มด้วยงบทดลอง วางระบบวัดผลให้ครบ แล้วค่อยขยายเมื่อเห็นตัวเลขจริง (ข้อมูล ณ กันยายน 2569 รายละเอียดอาจเปลี่ยนตามการอัปเดตของ OpenAI)