คนจำนวนมากเริ่มถาม ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity แทนการค้นหาใน Google เช่น “คลินิกทำฟันย่านสาทรที่ไหนดี” คำตอบที่ได้มักมีชื่อแบรนด์เพียงไม่กี่แบรนด์ แบรนด์ที่ถูกพูดถึงจึงได้เปรียบมาก แนวทางทำให้แบรนด์ถูกหยิบไปอยู่ในคำตอบนี้เรียกว่า GEO หรือ Generative Engine Optimization

| หัวข้อ | SEO แบบเดิม | GEO |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | ติดอันดับหน้าแรกของ Google | ถูกอ้างถึงหรือแนะนำในคำตอบของ AI |
| สิ่งที่ผู้ใช้เห็น | รายการลิงก์ให้เลือกคลิก | คำตอบสรุปพร้อมชื่อแบรนด์ไม่กี่ชื่อ |
| สิ่งที่ช่วยได้ | คีย์เวิร์ด ลิงก์ ความเร็วเว็บ | ข้อมูลชัด ตรงคำถาม ถูกพูดถึงในหลายแหล่ง |
| วัดผลจาก | อันดับและจำนวนคลิก | การถูกกล่าวถึงและทราฟฟิกจาก AI |
AI เลือกแนะนำแบรนด์จากอะไร
ระบบ AI ที่ค้นเว็บได้จะอ่านข้อมูลจากหลายแหล่ง แล้วสรุปเป็นคำตอบ แบรนด์ที่มีข้อมูลชัดเจน ถูกกล่าวถึงในเว็บที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง และมีรีวิวสม่ำเสมอ จึงมีโอกาสถูกหยิบไปใช้มากกว่า ยังไม่มีใครรู้สูตรที่แน่นอน แต่หลักการเหล่านี้สอดคล้องกับ SEO ที่ดีอยู่แล้ว
5 สิ่งที่ทำได้ทันที
- 1เขียนหน้าเว็บที่ตอบคำถามตรงๆ เช่น ราคาเท่าไหร่ เหมาะกับใคร ต่างจากคู่แข่งอย่างไร
- 2ทำหน้า FAQ และใส่ Schema ให้ระบบอ่านข้อมูลธุรกิจได้ถูกต้อง
- 3ทำให้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และบริการตรงกันทุกที่ ทั้งเว็บไซต์ Google Business Profile และโซเชียล
- 4สะสมรีวิวและการถูกพูดถึงในเว็บข่าว บทความ หรือกระทู้ที่เกี่ยวข้อง
- 5ตรวจไฟล์ robots.txt ว่าไม่ได้บล็อกบอตของ AI ที่ต้องการให้เข้ามาอ่านเว็บ
วัดผลอย่างไร
ลองถามคำถามที่ลูกค้าน่าจะถามใน ChatGPT และ AI อื่นๆ เป็นประจำ จดว่าแบรนด์ถูกพูดถึงหรือไม่ และดูใน Google Analytics 4 ว่าทราฟฟิกที่มาจากเว็บของ AI เช่น chatgpt.com เพิ่มขึ้นหรือเปล่า
สรุป
GEO ไม่ได้มาแทน SEO หรือโฆษณา แต่เป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้แบรนด์อยู่ในใจลูกค้าตั้งแต่ขั้นหาข้อมูล เริ่มจากทำข้อมูลบนเว็บให้ชัดและตรงคำถาม ใช้คู่กับ ChatGPT Ads ในช่วงที่ต้องการผลเร็ว