ช่วงหลังหลายแบรนด์เริ่มพูดถึง Marketing Mix Modeling (MMM) กันมากขึ้น ทั้งที่จริงๆ เทคนิคนี้มีมาตั้งแต่ยุคก่อนดิจิทัลด้วยซ้ำ คำถามคือทำไมโมเดลเก่าถึงกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในยุคที่ทุกอย่างดูจะวัดผลผ่าน Pixel ได้ละเอียดกว่าเดิม
MMM คืออะไร
Marketing Mix Modeling คือการวิเคราะห์ทางสถิติที่ใช้ข้อมูลระดับภาพรวม เช่น ยอดขายรายสัปดาห์ งบโฆษณาแต่ละช่องทาง ราคาสินค้า โปรโมชัน และปัจจัยภายนอกอย่างฤดูกาลหรือสภาพเศรษฐกิจ มาหาความสัมพันธ์ว่าปัจจัยไหนส่งผลต่อยอดขายมากน้อยแค่ไหน โดยไม่ต้องอ้างอิงข้อมูลระดับผู้ใช้รายคนเลย ต่างจาก Attribution แบบคุ้นเคยที่พยายามตามรอยว่าลูกค้าคนหนึ่งคลิกโฆษณาอันไหนก่อนตัดสินใจซื้อ MMM มองข้ามรายละเอียดระดับนั้น แล้วดูภาพใหญ่แทนว่า เดือนที่งบ Facebook Ads เพิ่มขึ้น 20% ยอดขายโตตามไหม หรือเดือนที่ลดงบ TV โฆษณา ยอดขายหายไปเท่าไหร่
ทำไมถึงกลับมาเป็นที่นิยม
- iOS 14.5+ และการบล็อก Third-Party Cookie ทำให้ Pixel มองเห็นข้อมูลผู้ใช้ได้น้อยลง Attribution แบบ Last-Click จึงเริ่มไม่แม่นยำ
- ธุรกิจที่ลงโฆษณาหลายช่องทางพร้อมกัน ต้องการเครื่องมือที่เทียบทุกช่องทางบนมาตรฐานเดียวกันได้
- MMM ไม่ต้องพึ่งข้อมูลส่วนบุคคล จึงไม่มีปัญหาเรื่อง Privacy
MMM เหมาะกับใคร
ต้องยอมรับตรงๆ ว่า MMM เหมาะกับธุรกิจที่มีข้อมูลย้อนหลังพอสมควร อย่างน้อย 1-2 ปี และมีงบโฆษณาที่กระจายหลายช่องทางจริงจัง ถ้าเป็น SME ที่เพิ่งเริ่มยิงแอดเดือนแรกๆ การใช้ Pixel และ Conversion API วัดผลแบบปกติยังคุ้มค่ากว่า เพราะ MMM ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากถึงจะให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
สรุปแล้ว MMM ไม่ได้มาแทนที่ Pixel หรือ Attribution แบบเดิม แต่เป็นอีกมุมมองที่ช่วยยืนยันว่าเงินที่ลงไปในแต่ละช่องทางสร้างผลตอบแทนจริงในภาพรวมหรือไม่ ทีม Markettung ช่วยวางกลยุทธ์การวัดผลที่เหมาะกับขนาดธุรกิจคุณได้