Meta Ads อัปเดตล่าสุด 2026 | Markettung Digital Agency
กลับไปหน้า Blog
นโยบายโฆษณา

ทำไมแอดวีซ่า พาสปอร์ต ใบขับขี่ ถึงโดน Google Ads แบนตลอด (และวิธีแก้ให้ผ่าน)

เจาะลึกนโยบาย Government Documents and Services ของ Google Ads ธุรกิจรับทำเอกสาร วีซ่า ใบขับขี่ ทะเบียนบริษัท ต้องรู้ก่อนเปิดแคมเปญ

20 กรกฎาคม 2569 อ่าน 10 นาที

ธุรกิจที่รับทำเอกสารราชการ เช่น รับต่อพาสปอร์ต ทำวีซ่า ต่อใบขับขี่ จดทะเบียนบริษัท หรือขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี มักเจอปัญหาแคมเปญ Google Ads ถูกปฏิเสธโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ธุรกิจถูกกฎหมายและให้บริการจริง ปัญหานี้ส่วนใหญ่มาจากนโยบายที่ชื่อว่า “Government Documents and Services” ซึ่ง Google บังคับใช้อย่างเข้มงวดทั่วโลก เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวงหรือเข้าใจผิดว่ากำลังติดต่อหน่วยงานรัฐโดยตรง บทความนี้สรุปเนื้อหานโยบายฉบับเต็มจากหน้า Advertising Policies Help ของ Google โดยตรง เพื่อให้ธุรกิจไทยเข้าใจก่อนเปิดแคมเปญ

นโยบายนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง

Google นิยาม “เอกสารและบริการภาครัฐ” ว่าคือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือบริการที่รัฐดำเนินการโดยตรง ครอบคลุมหลายหมวด ได้แก่ หมายเลขหรือบัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตรและมรณบัตร การเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ เลขทะเบียนนิติบุคคล การตรวจประวัติอาชญากรรม สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและสวัสดิการ การขอคืนภาษีเฉพาะกรณี วีซ่าและเอกสารเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือเดินทาง เอกสารผ่านแดน ใบขับขี่ ค่าผ่านทางถนน ทะเบียนรถและป้ายทะเบียน ใบอนุญาตล่าสัตว์หรือตกปลา ไปจนถึงโปรแกรมลอตเตอรีสิทธิพำนักในบางประเทศ หากโฆษณาเกี่ยวข้องกับรายการเหล่านี้ ถือว่าอยู่ในขอบเขตนโยบายทันที

ยิงแคมเปญกลุ่มนี้ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการรับรองเท่านั้น

กฎหลักชัดเจนว่า มีเพียงหน่วยงานรัฐที่ได้รับการรับรอง (Government Provider) และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐ (Authorized Non-Government Provider) เท่านั้นที่ยิงโฆษณาสื่อถึงการขอหรือรับเอกสารเหล่านี้โดยตรงได้ การจะนับเป็น Authorized Provider เว็บไซต์ของธุรกิจต้องมีลิงก์อ้างอิงจากเว็บไซต์ราชการอย่างเป็นทางการ และถูกระบุชัดเจนว่าได้รับอนุญาตให้บริการเอกสารนั้นจากหน่วยงานรัฐจริง ไม่ใช่แค่การอ้างอิงในเว็บของธุรกิจเอง

ธุรกิจทั่วไปที่ไม่มีการรับรอง ยิงแบบไหนไม่ได้

หากไม่มีการรับรองใดๆ แต่โฆษณาสื่อว่าช่วย “ยื่นขอ” “ต่ออายุ” หรือ “ดำเนินการให้” เอกสารในรายการข้างต้นโดยตรง เช่น “ต่อพาสปอร์ตด่วนภายใน 1 วัน” หรือ “ยื่นวีซ่าให้ผ่านแน่นอน” มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปฏิเสธ เพราะเข้าข่ายส่งเสริมการเข้าถึงเอกสารราชการโดยตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต บางหมวดยังมีข้อยกเว้นตามภูมิภาคหรือประเภทธุรกิจ เช่น โรงเรียนสอนขับรถได้รับยกเว้นจากหมวดใบขับขี่ในบางประเทศ แต่ยังไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อที่ได้รับการยกเว้นหมวดใดเลย ธุรกิจไทยจึงควรถือว่าต้องขอการรับรองเต็มรูปแบบหากให้บริการในหมวดที่เข้าข่าย

ขั้นตอนขอ Certification จาก Google มี 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกคือยื่นแบบฟอร์มสมัครเพื่อเลือกประเภทการรับรองที่ตรงกับธุรกิจ ได้แก่ เป็นหน่วยงานรัฐโดยตรง เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ เข้าข่ายยกเว้นตามภูมิภาคหรือประเภทธุรกิจ หรือเชื่อว่าโฆษณาไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้เลย ขั้นตอนที่สองคือต้องผ่านโปรแกรม Advertiser Verification ของ Google โดยส่งเอกสารยืนยันตัวตนธุรกิจเพิ่มเติม ระบบใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 5 ถึง 7 วันทำการ และหลังผ่านทั้งสองขั้นตอน Google จะออกใบรับรองให้บัญชีภายในประมาณ 10 ถึง 12 วันทำการ ระหว่างที่ยังไม่ได้รับการรับรอง Google จะแสดงข้อความ “Not a government website” กำกับบนโฆษณา Search โดยอัตโนมัติในทุกหมวดที่เข้าข่ายนโยบายนี้

ฝ่าฝืนนโยบายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

Google ระบุชัดว่าจะไม่ระงับบัญชีทันทีโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า แต่จะส่งคำเตือนอย่างน้อย 7 วันก่อนระงับบัญชีจริง ธุรกิจที่โดนปฏิเสธโฆษณาจึงยังมีเวลาแก้ไข ไม่ว่าจะปรับข้อความโฆษณาให้ไม่สื่อถึงการดำเนินการเอกสารโดยตรง หรือยื่นขอ Certification ให้ถูกต้องตามงานที่ทำจริง

ธุรกิจรับทำบัญชีต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ

บริการทำบัญชีหรือปิดงบการเงินโดยตรงไม่เข้าข่ายนโยบายนี้ ยิงโฆษณาได้ตามปกติ แต่บริการเสริมที่สำนักงานบัญชีมักขายพ่วง เช่น จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม ล้วนจัดอยู่ในหมวด “เลขทะเบียนธุรกิจ” หรือ “สวัสดิการภาครัฐ” ที่ต้องมีการรับรองตามนโยบายนี้ หากโฆษณาระบุชัดว่า “จดทะเบียนบริษัทให้ครบจบใน 1 วัน” หรือ “ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ฟรี” มีความเสี่ยงถูกปฏิเสธสูง สำนักงานบัญชีจึงควรแยกแคมเปญ โดยเน้นโฆษณาบริการบัญชีหลักที่ไม่ติดนโยบายนี้เป็นหลัก ส่วนบริการจดทะเบียนควรปรับข้อความให้เป็นลักษณะที่ปรึกษาด้านเอกสาร แทนการสื่อว่าดำเนินการยื่นให้โดยตรง หรือยื่นขอ Certification หากบริการจดทะเบียนเป็นรายได้หลักของธุรกิจจริงๆ

เช็คลิสต์ก่อนเปิดแคมเปญสำหรับธุรกิจไทย

ก่อนเปิดแคมเปญเกี่ยวกับเอกสารราชการ ควรตรวจสอบก่อนว่าบริการที่เสนอเข้าข่ายหมวดที่ถูกจำกัดหรือไม่ หากเข้าข่ายและไม่มีการรับรอง ควรปรับข้อความโฆษณาให้เน้นบริการให้คำปรึกษาหรือช่วยเตรียมเอกสารประกอบ แทนการสื่อว่าดำเนินการยื่นขอเอกสารให้โดยตรง หลีกเลี่ยงคำที่สื่อว่าเป็นหน่วยงานรัฐหรือรับรองผลลัพธ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และหากไม่แน่ใจควรยื่นแบบฟอร์มขอ Certification ไว้ก่อน เพราะการตรวจสอบใช้เวลาหลายวันทำการ นโยบายนี้มีรายละเอียดตามภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบหน้านโยบายทางการของ Google อีกครั้งก่อนตัดสินใจทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

อยากเริ่มยิงแอดแบบไม่ต้องเสี่ยงเอง?

แพ็กเกจ Starter เริ่มต้นเพียง 6,900 4,900 บาท/เดือน ให้ทีมมืออาชีพช่วยวางแผนงบให้

ดูแพ็กเกจ