ธุรกิจที่รับทำเอกสารราชการ เช่น รับต่อพาสปอร์ต ทำวีซ่า ต่อใบขับขี่ จดทะเบียนบริษัท หรือขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี มักเจอปัญหาแคมเปญ Google Ads ถูกปฏิเสธโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่ธุรกิจถูกกฎหมายและให้บริการจริง ปัญหานี้ส่วนใหญ่มาจากนโยบายที่ชื่อว่า “Government Documents and Services” ซึ่ง Google บังคับใช้อย่างเข้มงวดทั่วโลก เพื่อป้องกันผู้บริโภคจากการถูกหลอกลวงหรือเข้าใจผิดว่ากำลังติดต่อหน่วยงานรัฐโดยตรง บทความนี้สรุปเนื้อหานโยบายฉบับเต็มจากหน้า Advertising Policies Help ของ Google โดยตรง เพื่อให้ธุรกิจไทยเข้าใจก่อนเปิดแคมเปญ
นโยบายนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง
Google นิยาม “เอกสารและบริการภาครัฐ” ว่าคือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐหรือบริการที่รัฐดำเนินการโดยตรง ครอบคลุมหลายหมวด ได้แก่ หมายเลขหรือบัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตรและมรณบัตร การเปลี่ยนชื่อหรือที่อยู่ เลขทะเบียนนิติบุคคล การตรวจประวัติอาชญากรรม สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและสวัสดิการ การขอคืนภาษีเฉพาะกรณี วีซ่าและเอกสารเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือเดินทาง เอกสารผ่านแดน ใบขับขี่ ค่าผ่านทางถนน ทะเบียนรถและป้ายทะเบียน ใบอนุญาตล่าสัตว์หรือตกปลา ไปจนถึงโปรแกรมลอตเตอรีสิทธิพำนักในบางประเทศ หากโฆษณาเกี่ยวข้องกับรายการเหล่านี้ ถือว่าอยู่ในขอบเขตนโยบายทันที
ยิงแคมเปญกลุ่มนี้ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการรับรองเท่านั้น
กฎหลักชัดเจนว่า มีเพียงหน่วยงานรัฐที่ได้รับการรับรอง (Government Provider) และผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐ (Authorized Non-Government Provider) เท่านั้นที่ยิงโฆษณาสื่อถึงการขอหรือรับเอกสารเหล่านี้โดยตรงได้ การจะนับเป็น Authorized Provider เว็บไซต์ของธุรกิจต้องมีลิงก์อ้างอิงจากเว็บไซต์ราชการอย่างเป็นทางการ และถูกระบุชัดเจนว่าได้รับอนุญาตให้บริการเอกสารนั้นจากหน่วยงานรัฐจริง ไม่ใช่แค่การอ้างอิงในเว็บของธุรกิจเอง

ธุรกิจทั่วไปที่ไม่มีการรับรอง ยิงแบบไหนไม่ได้
หากไม่มีการรับรองใดๆ แต่โฆษณาสื่อว่าช่วย “ยื่นขอ” “ต่ออายุ” หรือ “ดำเนินการให้” เอกสารในรายการข้างต้นโดยตรง เช่น “ต่อพาสปอร์ตด่วนภายใน 1 วัน” หรือ “ยื่นวีซ่าให้ผ่านแน่นอน” มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปฏิเสธ เพราะเข้าข่ายส่งเสริมการเข้าถึงเอกสารราชการโดยตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต บางหมวดยังมีข้อยกเว้นตามภูมิภาคหรือประเภทธุรกิจ เช่น โรงเรียนสอนขับรถได้รับยกเว้นจากหมวดใบขับขี่ในบางประเทศ แต่ยังไม่มีประเทศไทยอยู่ในรายชื่อที่ได้รับการยกเว้นหมวดใดเลย ธุรกิจไทยจึงควรถือว่าต้องขอการรับรองเต็มรูปแบบหากให้บริการในหมวดที่เข้าข่าย
ขั้นตอนขอ Certification จาก Google มี 2 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรกคือยื่นแบบฟอร์มสมัครเพื่อเลือกประเภทการรับรองที่ตรงกับธุรกิจ ได้แก่ เป็นหน่วยงานรัฐโดยตรง เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ เข้าข่ายยกเว้นตามภูมิภาคหรือประเภทธุรกิจ หรือเชื่อว่าโฆษณาไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้เลย ขั้นตอนที่สองคือต้องผ่านโปรแกรม Advertiser Verification ของ Google โดยส่งเอกสารยืนยันตัวตนธุรกิจเพิ่มเติม ระบบใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 5 ถึง 7 วันทำการ และหลังผ่านทั้งสองขั้นตอน Google จะออกใบรับรองให้บัญชีภายในประมาณ 10 ถึง 12 วันทำการ ระหว่างที่ยังไม่ได้รับการรับรอง Google จะแสดงข้อความ “Not a government website” กำกับบนโฆษณา Search โดยอัตโนมัติในทุกหมวดที่เข้าข่ายนโยบายนี้
ฝ่าฝืนนโยบายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
Google ระบุชัดว่าจะไม่ระงับบัญชีทันทีโดยไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า แต่จะส่งคำเตือนอย่างน้อย 7 วันก่อนระงับบัญชีจริง ธุรกิจที่โดนปฏิเสธโฆษณาจึงยังมีเวลาแก้ไข ไม่ว่าจะปรับข้อความโฆษณาให้ไม่สื่อถึงการดำเนินการเอกสารโดยตรง หรือยื่นขอ Certification ให้ถูกต้องตามงานที่ทำจริง

ธุรกิจรับทำบัญชีต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ
บริการทำบัญชีหรือปิดงบการเงินโดยตรงไม่เข้าข่ายนโยบายนี้ ยิงโฆษณาได้ตามปกติ แต่บริการเสริมที่สำนักงานบัญชีมักขายพ่วง เช่น จดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม ล้วนจัดอยู่ในหมวด “เลขทะเบียนธุรกิจ” หรือ “สวัสดิการภาครัฐ” ที่ต้องมีการรับรองตามนโยบายนี้ หากโฆษณาระบุชัดว่า “จดทะเบียนบริษัทให้ครบจบใน 1 วัน” หรือ “ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ฟรี” มีความเสี่ยงถูกปฏิเสธสูง สำนักงานบัญชีจึงควรแยกแคมเปญ โดยเน้นโฆษณาบริการบัญชีหลักที่ไม่ติดนโยบายนี้เป็นหลัก ส่วนบริการจดทะเบียนควรปรับข้อความให้เป็นลักษณะที่ปรึกษาด้านเอกสาร แทนการสื่อว่าดำเนินการยื่นให้โดยตรง หรือยื่นขอ Certification หากบริการจดทะเบียนเป็นรายได้หลักของธุรกิจจริงๆ
เช็คลิสต์ก่อนเปิดแคมเปญสำหรับธุรกิจไทย
ก่อนเปิดแคมเปญเกี่ยวกับเอกสารราชการ ควรตรวจสอบก่อนว่าบริการที่เสนอเข้าข่ายหมวดที่ถูกจำกัดหรือไม่ หากเข้าข่ายและไม่มีการรับรอง ควรปรับข้อความโฆษณาให้เน้นบริการให้คำปรึกษาหรือช่วยเตรียมเอกสารประกอบ แทนการสื่อว่าดำเนินการยื่นขอเอกสารให้โดยตรง หลีกเลี่ยงคำที่สื่อว่าเป็นหน่วยงานรัฐหรือรับรองผลลัพธ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ และหากไม่แน่ใจควรยื่นแบบฟอร์มขอ Certification ไว้ก่อน เพราะการตรวจสอบใช้เวลาหลายวันทำการ นโยบายนี้มีรายละเอียดตามภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบหน้านโยบายทางการของ Google อีกครั้งก่อนตัดสินใจทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย